“ญี่ปุ่นต้องลุกขึ้นปกป้องไต้หวัน” การเมืองสี่เส้าของมหาอำนาจเอเชีย

รัฐบาลจีนพยายามชูนโยบายจีนเดียวอย่างต่อเนื่อง ทว่ารัฐบาลไต้หวันในยุคของ ไช่ อิงเหวิน ยังคงยืนยันไม่ยอมรับหลักการจีนเดียว
ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา แสดงท่าทีสนับสนุนรัฐบาลไต้หวัน ก่อนกระแสสนับสนุนในญี่ปุ่นจะแรงขึ้นอีกขั้น เมื่อรัฐมนตรีกลาโหมแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะว่า “ญี่ปุ่นต้องปกป้องไต้หวันในฐานะประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตยเหมือนกัน”

วันที่ 16 เมษายน 2021 นับเป็นครั้งแรกที่ โยชิฮิเดะ ซูงะ (Yoshihide Suga) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้พบกับ โจ ไบเดน (Joe Biden) ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เพื่อพูดคุยประเด็นสำคัญอย่างการร่วมมือกันเพื่อรับมือกับนโยบายต่างประเทศของประเทศจีน

แม้ใจความสำคัญของการพูดคุยครั้งนี้ อาจดูไม่ต่างจากการพูดคุยของผู้นำสองชาติครั้งอื่นๆ ทว่าสิ่งที่ชัดเจนขึ้นของทั้งสองชาติ คือการแสดงจุดยืนต่อการสนับสนุนรัฐบาลไต้หวัน และอีกไม่กี่เดือนต่อมา เกิดการเคลื่อนไหวในญี่ปุ่นอีกครั้ง เมื่อรัฐมนตรีกลาโหมเรียกร้องรัฐบาลช่วยเหลือไต้หวันจากนโยบายจีนเดียวของจีน ซึ่งนับเป็นสิ่งที่จีนไม่พอใจมากที่สุด

นโยบายจีนเดียว

นโยบายจีนเดียว (One-China Policy) คือนโยบายทางการเมืองของรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อแก้ความเข้าใจของสังคมโลกว่าจีนไม่ได้มีสองรัฐ เนื่องจากหลังสงครามโลกครั้งที่สองจบลง การเมืองภายในของจีนถูกแยกออกเป็นสองขั้วอำนาจหลัก คือ พรรคก๊กมินตั๋ง ของ เจียง ไคเชก (Chiang Kai-shek) และ พรรคคอมมิวนิสต์จีน ของ เหมา เจ๋อตง (Mao Zedong) สุดท้ายสมาชิกพรรคก๊กมินตั๋งต้องหลบหนีออกจากจีนแผ่นดินใหญ่ ไปยังเกาะเล็กๆ ที่ชื่อว่า ฟอร์โมซา (Formosa) ปัจจุบันคือ ‘ไต้หวัน’ และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นบนเกาะแห่งนั้น

เมื่อประชาคมโลกมองว่ามีรัฐบาลจีนถึงสองแห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน (จีนแผ่นดินใหญ่) และสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่จึงต้องออกหลักการจีนเดียว เพื่อตอกย้ำว่ารัฐบาลจีนมีเพียงหนึ่งเดียวคือรัฐบาลที่ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง และหากประเทศใดต้องการสร้างสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนแผ่นดินใหญ่ จะต้องเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

หลายสิบปีมานี้ นโยบายจีนเดียวของรัฐบาลปักกิ่งถือเป็นสิ่งที่เกือบทั่วทั้งโลกให้การยอมรับ ไม่เว้นแม้ประเทศที่ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งทุกด้านตลอดกาลอย่างสหรัฐอเมริกา โดยสหรัฐฯ ทำข้อตกลงตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 1978 เพื่อแสดงจุดยืนทางการทูต ยอมรับว่ารัฐบาลปักกิ่งของประเทศจีน เป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงแค่รัฐบาลเดียว

ในข้อตกลงยิบย่อย สหรัฐฯ ไม่ได้สนับสนุนการประกาศเอกราชของไต้หวัน แต่ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงไม่ยอมรับว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน รวมถึงให้ความช่วยเหลือด้านการทูตและการทหารแก่ไต้หวัน ที่ทำให้สหรัฐฯ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับไต้หวันมาหลายยุคหลายสมัย

สหรัฐฯ พยายามประคองความสัมพันธ์ทั้งของจีนและไต้หวัน ด้วยการให้เหตุผลว่าทั้งสองควรเห็นชอบในความตกลงที่สหรัฐฯ ทำต่อทั้งสองฝ่าย

แต่ดูเหมือนความสัมพันธ์สองทางเริ่มระส่ำระสายอีกครั้ง ความตึงเครียดระหว่างจีนและไต้หวันเริ่มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพรรคการเมืองที่ชาวไต้หวันให้การยอมรับมากที่สุดในเวลานี้ มีจุดยืนที่ต้องการสร้างอัตลักษณ์ชาวไต้หวันที่แยกขาดจากความเป็นจีนแผ่นดินใหญ่

‘ประเทศไต้หวัน’

รัฐบาลจีนอ้างสิทธิเหนือแผ่นดินไต้หวันเสมอ ในแง่การทูตพยายามได้ชูจุดยืนแก้ไขความขัดแย้งกับไต้หวันอย่างสันติ ทว่าในเชิงปฏิบัติรัฐบาลจีนไม่เคยยกเลิกการอ้างสิทธิใช้กำลังทหารต่อไต้หวัน ใช้มาตรการทางเศรษฐกิจและการค้ากดดันไต้หวันมาอย่างยาวนาน รวมถึงด้านการทูตที่ทำให้ไต้หวันไม่สามารถเข้าไปส่วนร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศใดๆ โดยให้เหตุผลว่า จีนมีเพียงรัฐบาลเดียว คือรัฐบาลจากกรุงปักกิ่งที่ส่งตัวแทนเข้าร่วมองค์กรต่างๆ มาก่อนแล้ว

วันเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ทางการทูตที่จีนใช้เริ่มไม่ได้ผล โดยเฉพาะกับการก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันของ ไช่ อิงเหวิน (Tsai Ing-wen) ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party: DPP) ที่แสดงจุดยืนบริหารไต้หวันว่า “ไม่ยอมรับหลักการจีนเดียว” ส่งผลให้รัฐบาลจีนเลิกเจรจาทางการทูตกับไต้หวันนับตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม การพยายามแยกตัวออกจากจีนของไต้หวันยังคงเกิดขึ้นอยู่เสมอ ประกอบกับหลายประเทศที่เฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของทั้งสองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกับ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ เห็นได้จากการพบกันครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่พูดถึงไต้หวันอย่างเปิดเผยหลังจากที่ไม่เคยเอ่ยถึงอย่างเป็นทางการมานานกว่า 52 ปี นับตั้งแต่ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) กับ นายกรัฐมนตรี ซาโตะ เอซากุ (Sato Eisaku) แถลงถึงไต้หวันเมื่อปี 1969

ครั้งนี้สองผู้นำออกแถลงการณ์ว่า จะเน้นย้ำถึงสันติภาพและเสถียรภาพแถบช่องแคบไต้หวัน และร่วมหาทางออกอย่างสันติในประเด็นพิพาทของไต้หวัน นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลต่อกิจกรรมต่างๆ ของจีน อาทิ การใช้ระบบเศรษฐกิจกดดันประเทศต่างๆ ที่อาจไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ

นักวิเคราะห์และนักวิชาการส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นถึงสาเหตุที่ญี่ปุ่นจำเป็นต้องพูดถึงไต้หวันกับสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ เนื่องจากไต้หวันถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีความสำคัญอย่างมากต่อญี่ปุ่น ทั้งในแง่ผลิตภัณฑ์ เชื้อเพลิงและพลังงาน ขณะเดียวกัน จีนก็นับเป็นประเทศคู่ค้าที่มีความสำคัญกับญี่ปุ่นไม่แพ้กัน และยังทำการค้าขายยาวนานมากกว่า 13 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตจึงไม่สามารถตัดให้ขาดสะบั้นได้

หลายครั้งหลายคราที่รัฐบาลจีนมักส่งเครื่องบินรบผ่านน่านฟ้าไต้หวัน สร้างความตึงเครียดต่อทั้งไต้หวันและญี่ปุ่น เนื่องจากการส่งเครื่องบินรบไปยังไต้หวันบ่อยครั้ง อาจกระทบต่อเส้นทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นไม่มากก็น้อย ส่วนมหามิตรของญี่ปุ่นอย่างสหรัฐฯ คือหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่จะคานอำนาจกับจีน

นอกจากแถลงการณ์ดังกล่าว ความคุกรุ่นเกิดขึ้นอีกครั้งช่วงต้นเดือนมิถุนายน เมื่อนายกรัฐมนตรีซูงะเอ่ยขณะประชุมสภาว่า “ไต้หวันเป็นประเทศ” เช่นเดียวกับนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย ส่งผลให้กระทรวงต่างประเทศจีนตั้งโต๊ะชี้แจงว่า รู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่ได้ยิน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าญี่ปุ่นจะรักษาข้อตกลงต่อหลักการจีนเดียว และระมัดระวังในการใช้ถ้อยคำ ไม่กระทำการใดที่ส่งผลกระทบต่ออธิปไตยของจีน เพราะในโลกใบนี้มีแค่จีนเดียวเท่านั้น ส่วนไต้หวันถือเป็นดินแดนส่วนหนึ่งซึ่งไม่สามารถแยกออกจากจีนได้

ด้านไต้หวันยังคงแสดงจุดยืนเช่นเดิม เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา สำนักงานกิจการไต้หวันในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ตัดสินใจถอนเจ้าหน้าที่กลับไต้หวันทั้งหมด เหลือเพียงเจ้าหน้าที่หนึ่งคนซึ่งเป็นคนพื้นที่ แสดงความไม่ยอมรับที่จีนยังคงกดดันให้ไต้หวันยอมรับหลักการจีนเดียว หลังจากรัฐบาลจีนและฮ่องกงต้องการให้เจ้าหน้าที่ไต้หวันลงนามในเอกสารต่ออายุวีซ่าพำนักในฮ่องกง ที่มีเนื้อหาบางส่วนระบุว่าผู้ลงนามยอมรับหลักการจีนเดียว

ท่าทีของญี่ปุ่นต่อข้อพิพาทจีนไต้หวันที่เริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทั่วโลกต่างตั้งคำถามว่า หากสหรัฐฯ ขยับตัวตามญี่ปุ่น ผลที่ตามมาคือความขุ่นเคืองใจกับจีนยิ่งกว่าเก่าหรือไม่ แล้วสหรัฐฯ จะเลือกเดินในเส้นทางไหน

“ญี่ปุ่นจำเป็นต้องลุกขึ้นปกป้องไต้หวัน”

วันที่ 28 มิถุนายน 2021 ยาสุฮิเดะ นากายามะ (Yasuhide Nakayama) รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น เอ่ยประโยคที่ทำให้กลายเป็นประเด็นร้อนในชั่วข้ามคืน ณ งานสัมมนาแบบคอนเฟอเรนซ์ของสถาบันฮัดสัน ด้วยการเตือนรัฐบาลของตนต่อภัยคุกคามที่เพิ่มมากขึ้นจากการร่วมมือกันระหว่างจีนกับรัสเซีย เห็นได้จากสิ่งที่ สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ประธานาธิบดีจีน กล่าวยกย่องความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียว่า เป็นแบบจำลองใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เพิ่มพลังงานด้านบวกให้กับโลก

นากายามะ มองว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียจะทำให้ในอนาคตอันใกล้เกิดการซ้อมรบบ่อยขึ้น ญี่ปุ่นจำเป็นต้องลุกขึ้นมารับมือกับแรงกดดันจากรัฐบาลจีน รวมถึงปกป้องเกาะไต้หวันในฐานะประเทศที่เป็นประชาธิปไตย

เขายังตั้งคำถามอีกว่า การที่หลายประเทศตกลงปฏิบัติตามนโยบายจีนเดียวนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เป็นเรื่องที่ถูกต้องจริงหรือไม่ เมื่อวันเวลาผ่านไป สิ่งที่เคยคิดว่าถูกต้องอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกอีกต่อไป

หากมองในแง่ความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ระหว่างไต้หวันและญี่ปุ่น ยิ่งต้องกังวลมากกว่าเดิม วันใดกองทัพจีนโจมตีไต้หวันขึ้นมาจริงๆ ผลกระทบจะส่งมาถึงช่องแคบมิยาโกะทางฝั่งตะวันออกของไต้หวัน และจังหวัดโอกินาวา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกองกำลังสหรัฐฯ ดังนั้น ญี่ปุ่นจึงจำเป็นต้องเพิ่มการซ้อมรบทั้งในประเทศและบริเวณใกล้กับฮาวายของสหรัฐฯ และกองทัพสหรัฐฯ ก็จำเป็นต้องแข็งแกร่งขึ้น

การแสดงจุดยืนเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นลุกขึ้นมาปกป้องไต้หวันของนากายามะ ส่งผลให้ หวัง เหวินปิน (Wang Wenbin) โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน โต้ตอบกลับว่า สิ่งที่รัฐมนตรีญี่ปุ่นท่านนี้เอ่ยออกมานั้นเลวร้าย อันตราย ขาดความรับผิดชอบ การเรียกไต้หวันว่าเป็นประเทศอย่างเปิดเผย ถือเป็นการละเมิดหลักการที่ทำร่วมกันของจีนและญี่ปุ่นอย่างรุนแรง ขอเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นชี้แจงเรื่องดังกล่าว และหวังว่าเหตุการณ์ทำนองนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

การทูตที่สุ่มเสี่ยงถึงสองครั้งในเดือนเดียว ส่งผลให้จีนอาจต้องคิดทบทวนท่าทีของญี่ปุ่นรวมถึงสหรัฐฯ ให้ถี่ถ้วนขึ้น

ไฮโนะ คลิงค์ (Heino Klinck) อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเพนตากอน ด้านความสัมพันธ์ทางทหารญี่ปุ่นไต้หวัน กล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลังมานี้ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยอมรับในที่สาธารณะว่าการปกป้องไต้หวัน เท่ากับการป้องกันประเทศญี่ปุ่น

ไม่กี่วันหลังรัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวว่าญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ต้องลุกขึ้นต่อต้านอำนาจจีน มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ได้เริ่มวางแผนซ้อมรบอย่างจริงจัง ส่วนทางด้านของ สี จิ้นผิง เขาได้กล่าวสุนทรพจน์เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี พรรคคอมมิวนิสต์ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2021 ว่ายังคงมุ่งมั่นอย่างไม่สั่นคลอนที่จะรวมชาติไต้หวันให้สำเร็จลุล่วง และจะทำทุกทางที่จะทำให้ไต้หวันต้องพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ

เมื่อแต่ละฝ่ายต่างมีนโยบายที่ยึดมั่น ต่างฝ่ายต่างคิดว่าสิ่งที่ตนกำลังทำถูกต้องที่สุด หลังจากนี้โลกคงต้องจับตาดูทิศทางความสัมพันธ์สี่เส้าระหว่างจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

Related Post

ไบเดนลั่นสหรัฐปิดฉากภารกิจอัฟกานิสถานภายในสิ้นส.ค.นี้ไบเดนลั่นสหรัฐปิดฉากภารกิจอัฟกานิสถานภายในสิ้นส.ค.นี้

ทำเนียบขาวเผยแพร่แถลงการณ์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งประชุมผ่านระบบทางไกลร่วมกับผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 แห่ง หรือ จี 7 เมื่อวันอังคาร ว่าสหรัฐอยู่บนเส้นทางของการถอนทหารและการอพยพ “เสร็จสิ้นตามกำหนด” คือภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ขณะที่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐออกแถลงการณ์มีเนื้อหายืนยันแบบเดียวกัน

มาแล้ว “เลขเด็ด” อ่างน้ำมนต์ “ตาทอง งิ้วราย”มาแล้ว “เลขเด็ด” อ่างน้ำมนต์ “ตาทอง งิ้วราย”

มาแล้ว “เลขเด็ด” อ่างน้ำมนต์ “ตาทอง งิ้วราย” คอหวยแห่ส่อง “เลขเด็ด” อ่างน้ำมนต์ “ตาทอง งิ้วราย” วัดสว่างอารมณ์ ขณะที่ตลกชื่อดัง “ไจแอนท์ เชิญยิ้ม” ไม่พลาดมาขอโชคงวด 1/7/64

รถรับจ้างขนของและแนวโน้มของธุรกิจ รับจ้างขนส่งสินค้ารถรับจ้างขนของและแนวโน้มของธุรกิจ รับจ้างขนส่งสินค้า

รถรับจ้างขนของและแนวโน้มของธุรกิจ รับจ้างขนส่งสินค้า รถรับจ้างขนของ ในระยะเวลาถัดจากนี้ไปคาดว่าธุรกิจการ ขนส่งสินค้า ทางถนนจะมีแนวโน้มที่ไม่ดีเท่าที่ควร ด้วยปัจจัยเสี่ยงทางด้านการค้าระหว่างประเทศจาก เศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัว